รายงานเพื่อความโปร่งใสของ TIKTOK 2020 H1

รายงานเพื่อความโปร่งใสของ TIKTOK


1 มกราคม 2563 – 30 มิถุนายน 2563

เผยแพร่เมื่อ: 22 กันยายน 2563



คำนำ

ผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลกมาที่ TikTok เพื่อความบันเทิง, การแสดงออกทางความคิด และการติดต่อสื่อสาร สิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด คือ การส่งเสริมประสบการณ์การใช้แอปฯ ที่ปลอดภัย ซึ่งก่อให้เกิดความสุขและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนผู้ใช้ทั่วโลกของเราที่กำลังเติบโต โดยเราจะไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้หากปราศจากการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส

TikTok มุ่งมั่นที่จะดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและความรับผิดชอบสูงสุดในอุตสาหกรรมนี้ เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยของผู้ใช้ของเรา เรามีการดำเนินการตามปณิธานอย่างจริงจัง โดยทำให้การคัดกรองคอนเทนต์, อัลกอริทึม และแนวทางปฏิบัติเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายที่ ศูนย์กลางเพื่อความโปร่งใสและรับผิดชอบ ทั่วโลก โดยเราได้เผยแพร่รายงานเพื่อความโปร่งใสนี้เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณและลักษณะของคอนเทนต์ที่ถูกลบออกเนื่องจากละเมิดแนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชนหรือข้อกำหนดในการให้บริการของเรา รวมถึงวิธีการที่เราตอบสนองต่อคำขอทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูล  คำขอของรัฐฯ ในการลบคอนเทนต์ และการแจ้งลบคอนเทนต์ที่มีลิขสิทธิ์  นอกจากนี้เราได้สรุปถึงการปรับปรุงการดำเนินงานต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 เพื่อเพิ่มในเรื่องความปลอดภัยและส่งเสริมสภาพแวดล้อมเชิงบวกบนแพลตฟอร์ม

เราภูมิใจในความก้าวหน้าของผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นและเห็นได้ชัดเจนในด้านต่างๆ และวางแผนที่จะนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมในทุกๆ รายงาน ทั้งนี้ เรายินดีรับฟังความคิดเห็นหรือคำถามของคุณเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ โปรดส่งอีเมลถึงเราที่ transparency [at] tiktok [dot] com.

การส่งเสริมความปลอดภัยและชุมชนสร้างสรรค์บน TikTok

เราได้ทำสิ่งต่างๆ มากมายในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 เพื่อที่จะกำหนดนโยบาย, ผลิตภัณฑ์ และความร่วมมือต่างๆ กับพันธมิตรที่ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย, ความรับผิดชอบ และสภาพแวดล้อมเชิงบวกในแอปฯ 

นโยบาย

เราเริ่มต้นปี 2563 ด้วยการเผยแพร่นโยบายเพิ่มเติมใน แนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชน เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมในแอปฯ ที่ช่วยพัฒนาจิตใจและมีความเป็นมิตรมากขึ้น ซึ่งรวมถึงนโยบายใหม่เกี่ยวกับ คอนเทนต์ที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จและการบิดเบือนข้อมูล ตลอดจนนโยบายที่ละเอียดมากยิ่งขึ้นในด้านต่างๆ เช่น วาทกรรมสร้างความเกลียดชังเพื่อส่งเสริมการเข้าร่วมกลุ่ม นอกจากนี้เรายังได้ประกาศความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุน หลักการความสมัครใจเพื่อต่อต้านการแสวงหาประโยชน์และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางออนไลน์ (Voluntary Principles to Counter Online Child Sexual Exploitation and Abuse) และ หลักปฏิบัติของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการบิดเบือนข้อมูล (EU Code of Practice on Disinformation)

ผลิตภัณฑ์

การส่งเสริมนโยบายของเรา

เพื่อสนับสนุนนโยบายต่างๆ เราได้แนะนำวิธีที่ผู้ใช้สามารถรายงานข้อมูลเท็จประเภทต่างๆ ให้ทีมของเราได้โดยตรงเพื่อตรวจสอบ และเราได้เปิดตัวโปรแกรมตรวจสอบข้อเท็จจริงในแปดประเทศ เพื่อช่วยในการตรวจสอบคอนเทนต์ที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิด เช่น ข้อมูลเท็จที่เกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่, การเลือกตั้ง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  นอกจากนี้เรายังได้เปิดตัวการประกาศเกี่ยวกับการบริการ (PSA) เพื่อให้การศึกษาภายในแอปฯ ด้วยแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อสำคัญในวาทกรรมสาธารณะ เช่น การเลือกตั้ง, การเคลื่อนไหวเพื่อสร้างความยุติธรรมให้คนผิวสี (Black Lives Matter) และทฤษฎีสมคบคิดที่เป็นอันตรายรวมถึง Qanon

เชื่อมโยงผู้ใช้กับคอนเทนต์ทางการศึกษาที่เชื่อถือได้

เราทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ใช้เกี่ยวกับนโยบายและฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยต่างๆ ของเราผ่าน วิดีโอเรื่องความปลอดภัย ภายในแอปฯ และเราได้เปิดตัว เว็บไซต์สำหรับเยาวชน ที่วัยรุ่นและครอบครัวสามารถเข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตรวมถึงเครื่องมือและการจัดการต่างๆ ที่มีอยู่ใน TikTok นอกจากนี้เรายังได้สร้างวิดีโอในรูปแบบเฉพาะของ TikTok ร่วมกับครีเอเตอร์ชื่อดังที่ได้รับความนิยม เพื่อให้ความรู้แก่ชุมชนผู้ใช้ของเราเกี่ยวกับ ความรู้เรื่องสื่อ และ ข้อมูลเท็จ

เราให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้ใช้ของเราเข้ากับคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์และน่าเชื่อถือในหัวข้อต่างๆ  เมื่อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น เราได้ส่งเสริมคอนเทนต์ที่เชื่อถือได้ผ่านหน้าข้อมูลในแอปปฯ รวมไปถึงการจัดไลฟ์สตรีมมิ่งและแฮชแท็กชาเลนจ์ด้านการศึกษาร่วมกับองค์การอนามัยโลก, สหพันธ์สภากาชาดสากล, ยูนิเซฟ อินเดีย และบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ Bill Nye และกองทุนการกุศล Prince's Trust และเราได้พัฒนา หน้าเฉพาะ ภายในแอปฯ ซึ่งผู้ใช้สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ของคนผิวสี และองค์กรความยุติธรรมทางสังคมต่างๆ พร้อมการเฉลิมฉลองให้กับครีเอเตอร์และศิลปินผิวสีในช่วงเดือนแห่งดนตรี Black Music เพื่อสนับสนุนชุมชนผิวสีของเรา

การเสริมสร้างความปลอดภัยของเยาวชน

TikTok ได้เปิดตัวชุดฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมสำหรับเยาวชน ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองและวัยรุ่นสามารถปรับแต่งประสบการณ์การใช้ TikTok ได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล ฟีเจอร์ โหมดการแนะนำโดยผู้ปกครอง ของเรา ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถเชื่อมต่อบัญชี TikTok ของตนเองกับบัญชีผู้ใช้ของบุตรหลาน เพื่อแนะนำประเภทของคอนเทนต์ที่บุตรหลานจะสามารถเข้าถึงได้, ส่งเสริมพฤติกรรมการใช้เวลาหน้าจอที่เหมาะสม และเลือกการตั้งค่าข้อความ นอกจากนี้ TikTok จะปิดการใช้งานการส่งข้อความส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติสำหรับบัญชีที่ผู้ลงทะเบียนมีอายุต่ำกว่า 16 ปี และเราไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ส่งภาพส่วนตัว เพื่อเป็นมาตรการป้องกันคอนเทนต์ที่เป็นอันตรายและไม่เหมาะสม

ความร่วมมือ

เราให้ความสำคัญกับคำติชมและข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ,องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และอื่นๆ เนื่องจากทำให้นโยบาย, ผลิตภัณฑ์ และมาตรการป้องกันของเราแข็งแกร่งและครอบคลุมมากขึ้นสำหรับชุมชนผู้ใช้ของเรา ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 TikTok ได้มีการทำงานร่วมกับองค์กรด้านความปลอดภัยชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงความร่วมมือครั้งสำคัญกับ ศูนย์เพื่อเด็กหายและถูกฉวยผลประโยชน์แห่งชาติ (National Center for Missing and Exploited Children) และ กลุ่มพันธมิตรระดับโลกวีโพรเท็ค (WePROTECT Global Alliance) เพื่อร่วมทำหน้าที่ของเราในการต่อต้านการแสวงหาประโยชน์และสื่อที่ปรากฏการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ในประเทศอินเดีย เราได้ร่วมมือกับ สภาความมั่นคงด้านข้อมูลแห่งประเทศอินเดีย (Data Security Council of India) เพื่อเพิ่มการรับรู้แนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยทางออนไลน์ และในประเทศสหรัฐอเมริกา เราได้เปิดตัว สภาที่ปรึกษาด้านคอนเทนต์ (Content Advisory Council) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง, ปัญญาประดิษฐ์แบบครอบคลุม (inclusive AI), ความปลอดภัยของเยาวชน และอื่นๆ รวมถึง กลุ่มครีเอเตอร์ที่มีความหลากหลาย (Creator Diversity Collective) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้คนจากภูมิหลังที่แตกต่างกันมารวมกัน เพื่อช่วยส่งเสริมการสร้างความหลากหลาย, การรวมกลุ่ม และการเป็นตัวแทนในโปรแกรมต่างๆ บนแพลตฟอร์มของเรา


การบังคับใช้แนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชน

ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 (1 มกราคม - 30 มิถุนายน) มีการลบวิดีโอจำนวน 104,543,719 รายการจากทั่วโลกออกจากระบบ เนื่องจากละเมิดแนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชนหรือข้อกำหนดในการให้บริการของเรา ซึ่งน้อยกว่า 1% ของวิดีโอทั้งหมดที่อัปโหลดบน TikTok จากจำนวนวิดีโอเหล่านั้น 96.46% ถูกเราค้นพบและลบวิดีโอออกก่อนที่ผู้ใช้จะรายงาน และ 90.32% ถูกลบออกจากระบบก่อนที่จะได้รับการเข้าชมใดๆ

ตารางดังต่อไปนี้แสดงจำนวนวิดีโอที่ถูกลบเนื่องจากละเมิดนโยบาย หากวิดีโอใดละเมิดแนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชนของเรา วิดีโอนั้นจะมีเครื่องหมายกำกับว่าละเมิดนโยบายข้อไหน และจะถูกลบออก ซึ่งหมายความว่าวิดีโอเดียวกันอาจถูกรวมในหมวดหมู่นโยบายได้หลายประเภท


เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เราจึงใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับและลบคอนเทนต์ที่ละเมิดข้อบังคับโดยอัตโนมัติในตลาดต่างๆ เช่น ประเทศอินเดีย, บราซิล และปากีสถาน จากวิดีโอทั้งหมดที่ถูกลบออกจำนวน 10,698,297 รายการ ได้มีการทำเครื่องหมายกำกับและถูกลบออกจากระบบโดยอัตโนมัติ เนื่องจากละเมิดแนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชนของเรา โดยวิดีโอเหล่านั้นไม่ปรากฏในตารางด้านบน

ตารางต่อไปนี้แสดงถึงห้าประเทศ/ตลาดที่มีจำนวนวิดีโอที่ถูกลบออกมากที่สุด

ประเทศ / ตลาด จำนวนการลบออก
อินเดีย 37,682,924
สหรัฐอเมริกา 9,822,996
ปากีสถาน 6,454,384
บราซิล 5,525,783
สหราชอาณาจักร 2,949,620


คำขอทางกฎหมาย

ในส่วนต่อไปนี้เป็นการให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณและประเภทของคำขอทางกฎหมายที่เราได้รับจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและรัฐบาลทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 รวมไปถึงวิธีการที่เราตอบสนอง โดยเราจะตอบสนองต่อคำขอที่ส่งถึงเราผ่านช่องทางที่เหมาะสมและตามที่กฎหมายกำหนด 

คำขอข้อมูลจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

TikTok มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามคำขอจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายซึ่งชอบด้วยกฎหมายในขณะที่เคารพความเป็นส่วนตัวและสิทธิ์ของผู้ใช้ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะต้องจัดเตรียมเอกสารทางกฎหมายที่จำเป็นสำหรับประเภทของข้อมูลที่ต้องการ เช่น หมายศาล, คำสั่งศาล หรือหมายจับ หรือส่งคำขอฉุกเฉิน  คำขอข้อมูลใดๆ ที่เราได้รับจะผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อยืนยันความถูกต้องทางกฎหมาย เช่น พิจารณาว่าหน่วยงานที่ร้องขอมีอำนาจรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนหรือเพื่อตรวจสอบเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับอันตรายที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้

ในสถานการณ์ฉุกเฉินบางกรณี TikTok จะเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งสถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีเหตุผลที่จะเชื่อโดยสุจริตใจว่า การเปิดเผยข้อมูลเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่บุคคลใดๆ จะเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส  โปรดดู หลักเกณฑ์การขอข้อมูลจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางปฏิบัติของเรา              

ตารางต่อไปนี้แสดงปริมาณและลักษณะของคำขอข้อมูลผู้ใช้ที่เราได้รับในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 (1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2020) และอัตราที่เราปฏิบัติตามคำขอนั้น

ประเทศ / ตลาด คำขอทางกฎหมาย คำขอที่เร่งด่วน จำนวนคำขอทั้งหมด จำนวนบัญชีผู้ใช้ที่ถูกระบุ สัดส่วนของคำขอที่มีการจัดเตรียมข้อมูล
อาร์เจนตินา 3 0 3 2 0%
ออสเตรเลีย 7 6 13 19 31%
ออสเตรีย 1 0 1 1 0%
บังคลาเทศ 1 0 1 2 0%
เบลเยี่ยม 3 1 4 4 0%
บราซิล 1 0 1 1 0%
บัลแกเรีย 1 0 1 1 0%
แคนาดา 0 11 11 13 73%
โคลัมเบีย 0 1 1 1 100%
ไซปรัส 1 0 1 1 0%
เดนมาร์ก 6 0 6 12 0%
ฟินแลนด์ 2 0 2 2 0%
ฝรั่งเศส 6 7 13 11 54%
เยอรมัน 30 7 37 34 16%
กรีซ 0 3 3 3 100%
ฮังการี 0 1 1 0 0%
อินเดีย 1187 19 1206 1851 79%
อิสราเอล 2 39 41 41 85%
อิตาลี 9 3 12 11 25%
ญี่ปุ่น 12 6 18 17 44%
มัลตา 3 2 5 5 40%
เม็กซิโก 2 0 2 2 0%
เนปาล 5 0 5 5 0%
นิวซีแลนด์ 1 0 1 7 0%
นอร์เวย์ 4 3 7 14 43%
ปากีสถาน 5 1 6 6 17%
โปแลนด์ 3 1 4 4 25%
โปรตุเกส 3 0 3 2 0%
กาตาร์ 1 0 1 1 0%
โรมาเนีย 0 2 2 2 0%
รัสเซีย 1 0 1 1 100%
เซอร์เบีย 1 0 1 1 0%
สิงคโปร์ 8 0 8 9 63%
สโลวาเกีย 1 1 2 2 50%
เกาหลีใต้ 6 2 8 16 13%
สเปน 4 1 5 6 20%
สวีเดน 0 3 3 3 33%
สวิสเซอร์แลนด์ 2 0 2 2 0%
ตุรกี 4 0 4 4 0%
ไต้หวัน 1 0 1 1 0%
สหราชอาณาจักร 12 19 31 29 58%
สหรัฐอเมริกา 222 68 290 327 85%


คำขอจากภาครัฐในการจำกัดคอนเทนต์

ในบางครั้งเราได้รับคำขอจากหน่วยงานราชการในการจำกัดหรือลบคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มตามกฎหมายท้องถิ่น โดยเรามีการตรวจสอบคอนเทนต์ทั้งหมดตามแนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชน, ข้อกำหนดในการให้บริการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามความเหมาะสม  หากเราเชื่อว่าคำขอนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ได้ละเมิดมาตรฐานของเรา เราอาจจำกัดการเข้าถึงคอนเทนต์ที่ถูกรายงานนั้นในประเทศที่คอนเทนต์นั้นถูกกล่าวหาว่าผิดกฎหมาย หรือเราอาจไม่มีการดำเนินการใดๆ

ตารางต่อไปนี้แสดงคำขอที่เราได้รับจากหน่วยงานราชการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 (1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2020) ให้ลบออกหรือจำกัดคอนเทนต์ และอัตราที่เราปฏิบัติตามคำขอนั้น

ประเทศ / ตลาด คำขอจากภาครัฐ จำนวนผู้ใช้ที่ถูกระบุ บัญชีที่ถูกลบออกหรือจำกัด คอนเทนต์ที่ถูกลบออกหรือจำกัด
ออสเตรเลีย 13 14 8 5
เบลเยี่ยม 10 10 2 8
แคนาดา 1 1 0 1
เยอรมนี 4 4 1 3
เดนมาร์ก 1 1 0 1
อินเดีย 55 244 8 225
นอร์เวย์ 14 24 17 1
นิวซีแลนด์ 1 1 0 1
ปากีสถาน 4 40 2 129
รัสเซีย 15 259 9 296
สิงคโปร์ 1 2 2 0
ตุรกี 9 36 2 34
ไต้หวัน 1 6 0 0
สหราชอาณาจักร 2 5 2 3
สหรัฐอเมริกา 4 4 2 4


การลบคอนเทนต์ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

ความคิดสร้างสรรค์ของผู้ใช้ คือ พลังสำคัญของ TikTok แพลตฟอร์มของเราช่วยให้การแสดงออกทางความคิดของผู้ใช้ได้เปล่งประกาย และเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะปกป้องสิ่งนี้ แนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชนและข้อกำหนดในการให้บริการของเราห้ามมิให้มีคอนเทนต์ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลที่สาม เราจะปฏิบัติตามคำขอถอดถอนที่ถูกต้องตามกฎหมายการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น รัฐบัญญัติลิขสิทธิ์แห่งสหัสวรรษดิจิทัล (Digital Millennium Copyright Act หรือ DMCA) เมื่อได้รับการแจ้งจากผู้ถือสิทธิ์เกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่อาจเกิดขึ้น โดย TikTok จะลบคอนเทนต์ที่ละเมิดนั้นในเวลาที่เหมาะสม  การกระทำใดๆ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นอาจนำไปสู่การระงับหรือลบบัญชีผู้ใช้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่เราประเมินข้อกล่าวหาการละเมิดลิขสิทธิ์โปรดดูที่ นโยบายทรัพย์สินทางปัญญาของเรา

ตารางต่อไปนี้แสดงการแจ้งลบคอนเทนต์ที่มีลิขสิทธิ์ที่เราได้รับและอัตราที่เราลบคอนเทนต์นั้น

การแจ้งลบคอนเทนต์ที่มีลิขสิทธิ์ สัดส่วนของคำขอที่มีคอนเทนต์ถูกลบออก
10625 89.6%

 

ภาคผนวก

คำศัพท์และคำจำกัดความ

ในการพิจารณาว่าคอนเทนต์ใดเหมาะสมสำหรับชุมชนผู้ใช้ TikTok เราจะใช้คำศัพท์และคำจำกัดความดังต่อไปนี้เป็นแนวทางกลยุทธ์ในการคัดกรอง โดยเราได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ในหลากหลายสาขาเพื่อช่วยให้เราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายที่รวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง รวมถึงพัฒนานโยบายและกลยุทธ์การคัดกรองเพื่อจัดการกับคอนเทนต์และพฤติกรรมที่มีปัญหาตามที่ปรากฏ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้รวมถึงผู้เชี่ยวชาญเก้าท่านใน สภาที่ปรึกษาด้านคอนเทนต์ของเราในประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. Content Advisory Council) และองค์กรต่างๆ เช่น สมาคมครูผู้ปกครองแห่งชาติ (National PTA), ศูนย์เพื่อเด็กหายและถูกฉวยผลประโยชน์แห่งชาติ (National Center for Missing and Exploited Children), กลุ่มพันธมิตรระดับโลกวีโพรเท็ค (WePROTECT Global Alliance) และอีกมากมาย

  • บุคคลและองค์กรอันตราย: เราไม่อนุญาตให้บุคคลหรือองค์กรที่เป็นอันตรายใช้แพลตฟอร์มของเราเพื่อส่งเสริมการก่อการร้าย, อาชญากรรม หรือพฤติกรรมประเภทอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เมื่อมีภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะ เราจะจัดการปัญหานี้โดยการแบนบัญชีผู้ใช้นั้น และร่วมมือกับหน่วยงานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็นและความเหมาะสม
  • กิจกรรมผิดกฎหมายและสินค้าควบคุม: เราไม่อนุญาตให้มีการแลกเปลี่ยน, ขาย, โฆษณา และใช้สินค้าควบคุมบางชนิด รวมถึงการแสดงหรือการส่งเสริมกิจกรรมอาชญากรรมต่างๆ คอนเทนต์บางประเภทอาจถูกลบออกหากเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือถูกควบคุมในพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคหรือในโลก แม้ว่ากิจกรรมหรือสินค้าที่เป็นปัญหานั้นจะถูกกฎหมายในเขตอำนาจศาลของผู้ทำการโพสต์ โดยเราจะอนุญาตให้มีข้อยกเว้นสำหรับคอนเทนต์ที่มีคุณค่าต่อสาธารณะ เช่น เนื้อหาทางการศึกษา, วิทยาศาสตร์, ศิลปะ หรือข่าวสาร
  • คอนเทนต์ที่แสดงความรุนแรงชัดเจน: เราไม่อนุญาตให้มีคอนเทนต์ที่สยดสยองหรือสะเทือนขวัญโดยเฉพาะที่ส่งเสริมหรือเชิดชูความรุนแรงหรือความทุกข์ทรมาน เราอนุญาตให้มีข้อยกเว้นสำหรับบางสถานการณ์ เช่น คอนเทนต์ที่เป็นข่าวสารหรือมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหา เมื่อเราตรวจพบว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความรุนแรงหรือภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะ เราจะแบนบัญชีผู้ใช้นั้น และร่วมมือกับหน่วยงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็นและความเหมาะสม
  • การฆ่าตัวตาย, การทำร้ายตัวเอง และพฤติกรรมอันตราย: เราไม่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เราไม่อนุญาตให้ผู้ใช้สนับสนุนให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่เป็นอันตราย เราไม่อนุญาตคอนเทนต์ที่ส่งเสริมการทำร้ายตัวเองหรือการฆ่าตัวตาย แต่เราอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถแบ่งปันประสบการณ์เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้
    เราทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ ทั่วโลก เพื่อสร้างสมดุลในการคัดกรองคอนเทนต์ของเรา หากเราพบคอนเทนต์ที่บ่งชี้ว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายจากการทำร้ายตัวเอง TikTok อาจติดต่อบริการฉุกเฉินในท้องถิ่นนั้นเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย
  • วาทกรรมที่สร้างความเกลียดชัง: เราไม่ยอมรับคอนเทนต์ที่มีการโจมตีหรือก่อให้เกิดความรุนแรงต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลบนพื้นฐานของคุณลักษณะที่ได้รับการป้องกัน เราไม่อนุญาตให้มีคอนเทนต์ที่มีวาทกรรมที่สร้างความเกลียดชัง โดยเราจะลบคอนเทนต์ดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์มของเรา
  • การคุกคามและการข่มเหงรังแก: ผู้ใช้ควรรู้สึกปลอดภัยในการแสดงออกโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกประณาม, ทำให้อับอาย, ข่มเหงรังแก หรือคุกคาม เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความทุกข์ทางใจของแต่ละบุคคลในกรณีที่คอนเทนต์ได้รับการดูถูกดูแคลน และเราจะไม่อนุญาตให้มีคอนเทนต์หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของเรา
  • การเปลือยกายและพฤติกรรมทางเพศในผู้ใหญ่: เราไม่อนุญาตให้มีคอนเทนต์ที่ปรากฏเนื้อหาทางเพศอย่างโจ่งแจ้งหรือทำให้เกิดความพอใจทางเพศบน TikTok รวมถึงคอนเทนต์ที่เป็นภาพการ์ตูนในลักษณะนี้ เนื่องจากคอนเทนต์ทางเพศมีความเสี่ยงหลายอย่าง เช่น การทำให้เกิดการลงโทษทางกฎหมายในบางเขตอำนาจศาลและการก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ของเราจากการเผยแพร่ภาพที่ไม่ได้รับความยินยอม (ตัวอย่างเช่น การแก้แค้นด้วยสื่ออนาจาร) นอกจากนี้คอนเทนต์ทางเพศที่โจ่งแจ้งอาจเป็นที่รังเกียจในบางวัฒนธรรม โดยเราอนุญาตให้มีข้อยกเว้นสำหรับภาพเปลือยและคอนเทนต์ทางเพศที่โจ่งแจ้งในกรณีที่มีวัตถุประสงค์ด้านการศึกษา, สารคดี, วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ   
  • ความปลอดภัยของผู้เยาว์: เรามุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมความปลอดภัยของผู้เยาว์ และไม่ยอมรับพฤติกรรมที่มีลักษณะการตามล่าหรือล่อลวงผู้เยาว์ในทุกกรณี  เราไม่อนุญาตคอนเทนต์ที่ปรากฏหรือเผยแพร่การทารุณกรรมผู้เยาว์, ภาพเปลือยของผู้เยาว์ หรือการแสวงผลประโยชน์ทางเพศจากผู้เยาว์ทั้งในโลกดิจิทัลและความเป็นจริง โดยเราจะรายงานคอนเทนต์ดังกล่าวไปยังหน่วยงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้เราไม่อนุญาตให้มีคอนเทนต์ที่ปรากฏผู้เยาว์ที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายต่างๆ 
  • ความซื่อสัตย์และความจริง: คอนเทนต์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อหลอกลวงหรือทำให้สมาชิกชุมชนของเราเกิดความเข้าใจผิดเป็นอันตรายต่อชุมชนที่ตั้งอยู่บนความเชื่อถือของเรา เราไม่อนุญาตให้มีคอนเทนต์ดังกล่าวบนแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งรวมถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น การส่งข้อความที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอ, การแอบอ้างบุคคลอื่น และการบิดเบือนข้อมูล


ประวัติข้อมูลรายงานเพื่อความโปร่งใส

1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2563
1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2562
1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2562